ผู้หญิงที่กรนบ่อยๆในขณะที่ตั้งครรภ์อยู่นั้นมีโอกาสที่จะพัฒนาเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์หรือ (gestational diabete) ได้ ซึ่งเป็นอาการที่จะก่อให้เกิดปัญหาต่อแม่และทารกได้
และนี่ก็เป็นการศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการกรนและโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์เป็นครั้งแรกของโลกอีกด้วย
จากการศึกษาอาสาสมัครหญิงตั้งครรภ์ที่มีสุขภาพดีกว่า 189 คนที่มีอายุครรภ์ได้ 6-20 สัปดาห์ พบว่า ผู้หญิงที่กรนบ่อยๆนั้นมีโอกาสถึง 14.3 เปอร์เซ็นต์ที่จะเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้ ขณะที่ผู้หญิงที่ไม่ได้กรนเลยนั้นมีโอกาสเป็นแค่ 3.3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น โดยนักวิจัยพยายามจะควบคุมปัจจัยอื่นๆที่อาจก่อให้เกิดโรคเบาหวานขณะตั้งครรค์แล้ว ไม่ว่าจะเป็นดัชนีมวลกาย, อายุ และเชื้อชาติ
นายแพทย์ Francesca Facco ผู้อำนวยการวิจัยจาก Northwestern’s Feinberg School จะรายงานการค้นพบดังกล่าวนี้ในวารสารการประชุมประจำปีครั้งที่ 23 ในงาน SLEEP 2009 ที่จัดโดย Associated Professional Sleep Societies วันที่ 11 มิถุนายนนี้
“การถูกรบกวนเวลานอนในช่วงที่ตั้งครรภ์อยู่นี้อาจส่งผลลบต่อระบบหมุนเวียนโลหิตและกระบวนการเมตาบอลิซึมได้” Facco บอก
“การกรนนั้นเป็นสัญญาณของการไหลเวียนอากาศที่ไม่คล่องตัว และอาจทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายในขณะที่หลับได้ไม่ดี อันมีผลต่อร่างกายคุณได้”
“และก็อาจจะไปกระตุ้นระบบประสาทส่วนซิมพาเทติกได้ อันมีผลให้ความดันเลือดสูงขึ้นในเวลากลางคืน กระตุ้นให้เกิดการอักเสบและระบบเมตาบอลิซึมเปลี่ยนไป เพิ่งความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานได้”
การศึกษาครั้งนี้ยังพบว่าผู้หญิงจะกรนบ่อยขึ้นในช่วงที่ตั้งครรภ์อยู่ โดยในช่วงแรกที่ตั้งครรภ์นั้น ผู้หญิงกว่า 11 เปอร์เซ็นต์ที่เข้าร่วมการศึกษาครั้งนี้กรนบ่อยมาก และในช่วงหลังๆของการตั้งครรภ์ ผู้หญิงที่กรนเพิ่มขึ้นเป็น 16.5 เปอร์เซ็นต์ โดยจะกรนมากกว่า 3 วันใน 1 สัปดาห์
Facco ยังบอกด้วยว่าการกรนในช่วงตั้งครรภ์นี้อาจเกิดจากน้ำหนักตัวของแม่ที่มากขึ้นและอาการบวมน้ำ อันเป็นสาเหตุให้ได้รับอากาศไม่เพียงพอ แต่ความเกี่ยวข้องกันระหว่างการกรนกับเบาหวานขณะตั้งครรภ์นี้คืออะไรยังไม่มีใครทราบ
ในขณะนี้พบกว่าผู้หญิงตั้งครรภ์ประมาณ 4 เปอร์เซ็นต์ที่จะเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผู้หญิงเหล่านั้นไม่มีอาการที่บ่งบอกว่าจะเป็นโรคเบาหวานเลย นอกจากนั้น ทารกที่เกิดจากแม่ที่เป็นโรคนี้ก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคแบบเดียวกันเมื่อตั้งครรภ์ได้ อันก่อให้เกิดปัญหาตามมาอีก
ทารกเหล่านี้มีโอกาสที่จะมีระดับน้ำตาลในเลือดน้ำอีกด้วย เพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนในเวลาต่อมาได้ หรือร่างกายของทารกเหล่านั้นอาจจะควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ หรือมีอาการระบบเมตาบอลิซึมผิดปกติเมื่อเติบใหญ่ขึ้นได้
ในขณะที่โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์นี้มักจะได้รับการรักษาหลังจากผ่านช่วงตั้งครรภ์ไปแล้ว ผู้หญิงกลุ่มนี้จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 ในเวลาต่อมา
Facco บอกว่าต่อไปคงจะมีการศึกษาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างการกรนกับโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ต่อไป เพื่อจะได้หาทางออกและทางป้องกันอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นขณะนอนหลับช่วงที่ตั้งครรภ์นี้
“ถ้าหากว่าการกรนนี้เป็นการรบกวนคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่นั้น ก็ควรจะไปปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนนะครับ” Facco ทิ้งท้าย
นอกจากงานวิจัยเรื่องนี้แล้ว Facco ยังมีผลงานวิจัยเกี่ยวกับการนอนอีก ไม่ว่าจะเป็นโรคเพลียหรือโรคนอนไม่หลับขณะตั้งครรภ์อีกด้วย
ที่มา http://www.vcharkarn.com/vnews/152386











กลอน












