ส.อบต.ร้อยเอ็ด ไปร่วมงานศพชาวบ้าน ชวนตั้งวงก๊งเหล้า -พนันไฮโลว์ เสียเงินหวังได้คืน เอารถกระบะคู่ชีพจำนำเล่นเสียหมดตัว คิดสั้นผูกคอตายรอบแรกเชือกขาด ชาวบ้านช่วยทัน ก่อนคิดสั้นอีกครั้ง หลังเจอแม่ หนนี้ไม่รอด
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 30 ม.ค. ร.ต.อ.ปรีชา คำทองเขียว พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองร้อยเอ็ด รับแจ้งจาก ด.ต.สมัย ขาวลาจันทร์ หัวหน้าสายตรวจ ต.ดงลาน อ.เมืองร้อยเอ็ด ว่า มีคนผูกคอตายอยู่ที่บ้านเลขที่ 15 / 1 บ้านตำแย หมู่ 11 ต.ดงลาน ขอให้ไปสอบสวนสาเหตุการตาย จึงพร้อมด้วย นพ.ธนากร คลังแสง แพทย์เวรโรงพยาบาลร้อยเอ็ด ไปที่บ้านเกิดเหตุ พบร่าง นายชำนาญ ชมพูบุตร อายุ 41 ปี เจ้าของบ้าน สมาชิกองค์การบริหาร (อบต.) ดงลาน ถูกนำออกจากห้องน้ำมาวางไว้ที่พื้นหน้าห้องน้ำ ชั้นล่างของบ้าน 2 ชั้น
แพทย์ตรวจศพภายนอก พบรอยเขียวคล้ำรอบคอ เกิดจากถูกสายนำสัญญาณสีดำเข้าสายอากาศโทรทัศน์รัดคอ นอกจากนี้ ไม่พบร่องรอยหรือบาดแผลที่เกิดจาการต่อสู้แต่อย่างใด นางอุดมพร ชมพูวิเศษ อายุ 38 ปี ภรรยาพร้อมด้วยนางพงษ์ ชมพูบุตร อายุ 70 ปี มารดาและญาติไม่ติดใจและสงสัยในสาเหตุการตาย แพทย์ลงความเห็นว่า นายชำนาญ เสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ
สอบปากคำผู้ใกล้ชิด ทราบว่า ก่อนหน้านี้ นายชำนาญ และ นางอุดมพร ภรรยา เปิดร้านขายส้มตำมะละกอ และไก่ย่าง ที่ร้านไม่มีชื่อ ถนนราชการดำเนิน ตรงข้ามกับตลาดสดหนองแคน ในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด รสชาติอร่อย มีลูกค้าจำนวนมาก ต้องตำส้มตำติดต่อกันจนทำให้ครกตำส้มตำมะละกอแตกต่อหน้าลูกค้า จึงได้รับฉายาว่า “ส้มตำครกแตก” ต่อมาบิดาของนายชำนาญเกษียณ อายุราชการจากการเป็นผู้ใหญ่บ้าน นายชำนาญจึงสมัครเข้ารับการเลือกตั้งเป็นสมาชิก อบต. ดงลาน ของบ้านตำแย ได้รับการเลือกตั้งติดต่อกัน 2 สมัย
นางวณิรัตน์ ตรีพงศ์ อายุ 38 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านตำแย หมู่ 11 กล่าวว่า เมื่อเวลา 21.00 น. น.วันที่ 29 ม.ค. ขณะที่นางณิรัตน์ พร้อมด้วยนายคำพอง ตรีบุตร อายุ 43 ปี สามีกำลัง นั่งชมโทรทัศน์ อยู่บ้านพักของตนเองเลขที่ 57 หมู่ 11 นายชำนาญ ในสภาพเสื้อกางเกงเปียกน้ำ และมีเชือกไนล่อนสีเขียวผูกติดที่คอ มีอาการแบบคนตกใจกลัว ขึ้นมาบนบ้าน บอกว่า ช่วยตัดเชือกออกจากคอให้ด้วย มันรัดคอ หายใจไม่ออก สองสามีภรรยาจึงช่วยกันตัดเชือกออกจากคอให้
จากนั้น นายชำนาญ เล่าให้ฟังว่า เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ไปร่วมพิธีสวดอภิธรรมศพชาวบ้านที่บ้านอ้น ต.ดงลาน เสร็จพิธีแล้ว จะกลับบ้าน มีเพื่อนบ้านชวนดื่มเหล้าเนื่องจากเป็นนักการเมืองท้องถิ่นจึงเอาใจ เพื่อนบ้าน ร่วมวงดื่มเหล้ากับชาวบ้าน และร่วมวงเล่นไฮโลว์ ที่ตั้งเล่นใกล้บ้านงานศพจนเสียเงินหมดกระเป๋า แต่คิดว่าจะได้คืน จึงนำรถยนต์กระบะ ยี่ห้อมาสด้า รุ่นไฟเตอร์ ทะเบียน บต 9866 ร้อยเอ็ด รถคู่ทุกข์คู่ยาก และใช้บรรทุกสิ่งของไปขายในตลาด จำนำกับเพื่อนบ้านคนหนึ่งเป็นเงินจำนวน 10,000 บาท เล่นไฮโลว์เพื่อแก้มือ เสียหมดเกลี้ยงอีก ไม่กล้าไปขอเงินภรรยามาไถ่รถยนต์กระบะคืน เพราะเกรงใจ ประกอบกับบุตรสาวกำลังจะไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย ทำให้คิดมาก หาทางออกไม่ได้ ตัดสินใจเอาเชือกไนล่อนไปผูกคอตายกับราวสะพาน ข้ามทำนบ ที่ต้นลำห้วยเหนือ ห่างจากบ้านของตนเองไปทางทิศตะวันตก 80 เมตร แต่เชือกขาด ทำให้ตกลงไปในน้ำน้ำลำห้วยเหนือ หลังจากปีนขึ้นมาบนตลิ่งได้ เกิดความกลัวสุดขีดจึงรีบวิ่งเข้ามาหานายคำพอง และนางวณิรัตน์ ให้ช่วยตัดเชือกที่ยังผูกคอออก จากนั้น สองสามีภรรยาช่วยกันปลอบใจนายชำนาญ เมื่อเห็นอาการดีขึ้น จึงส่งนายชำนาญ กลับเข้าบ้าน
ด้าน นางพงษ์ ชมพูบุตร แม่ของนายชำนาญ กล่าวว่า เชื่อว่าลูกชายคงมีปัญหา แต่ไม่ยอมบอกแม่ ช่วงกลับมาถึงบ้านยังเห็นเสื้อกางเกงเปียก และลูกชายพูดจาเพ้อคล้ายคนเสียสติ และพูดย้ำว่า พวกเขามาเอาชีวิตผมแล้ว ผมอยู่ไม่ได้แล้ว แม่ช่วยไปห้ามเขาหน่อย เขาอาจเชื่อแม่ ทำให้นางพงษ์ ต้องออกมานอกบ้านมองหาบุคคลที่บุตรชายกล่าวถึงแต่ไม่เห็นใคร จึงบอกว่า รอให้สว่างก่อนจะพาไปหาพระ กระทั่งเที่ยงคืน ตนง่วงนอน จึงงีบหลับไป ตื่นนอนขึ้นมา เช้าวันที่ 30 ม.ค. ไม่เห็นลูกชาย จึงตามหาแล้ว ยินเสียงน้ำในห้องน้ำไหลตลอดเวลา จึงปืนข้างห้องน้ำขึ้นดู เห็นบุตรชายผูกคอตนเองแขวนกับขื่อบนของห้องน้ำก่อนวิ่งไปร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ให้ช่วยกันปลดนายชำนาญ ลงมานอนหน้าพื้นห้องน้ำ เพื่อทำการปฐมพยาบาล แต่ไม่ฟื้น-เสียชีวิต จึงแจ้งตำรวจให้ทราบเหตุ นอกจากนี้ นายชำชาญ ยังใช้ปากกาหมึกแห้งสีแดง เขียนบทกระดาษแข็งสีขาว ข้อความว่า “ขอโทษทุกคนด้วย” ติดไว้ที่กระจกหน้าห้องน้ำ
ชาวบ้านที่มาดูศพกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าช่วงที่นายชำนาญ มีชีวิตอยู่ เป็นผู้ประพฤติดี ชอบช่วยเหลือชาวบ้าน พูดจาสนุกสนาน ไม่ถือตัว เป็นคนที่ชาวบ้านรักมากคนหนึ่งในหมู่บ้าน และหมู่บ้านใกล้เคียง ฝีมือการตำส้ม ทำให้มีลูกค้าอยู่ในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด มีจำนวนมาก ไม่คิดว่า จะมาคิดสั้นแบบนี้
ขอบคุณข้อมูลจาก ไทยรัฐ










กลอน












