เช้าวันที่ ๒๘ ม.ค.๕๓ ผุ่นละอองปริศนา มีสีดำปลิวกระจายไปทั่วเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด และพื้นที่ข้างเคียง สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ชาวบ้านเป็นวงกว้างในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองและตำบลเหนือเมือง ซึ่งทีมข่าวได้ทำการสำรวจและสอบถามจากประชาชนผู้ที่เดือดร้อน ได้ความว่า

นาง น.(ขอสงวนนาม) อยู่บ้านเลขที่ ๘ ถ.สุริยเดชบำรุง ในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด บอกเล่าให้ทีมข่าวว่า ตนเดินขึ้นดาดฟ้าบนบ้าน พบว่ามีหมอกหนาเต็มฟ้า ต้นไม้ที่ปลูกไว้ก็มีฝุ่นดำมาจับที่ใบ พื้นบ้านเลอะฝุ่นสีดำเดินด้วยเท้าเปล่า ก็มีคราบดำติดที่ฝ่าเท้า และสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงในบ้านก็มีสภาพสกปรกมอมแมม เหมือนคลุกขึ้เถ้ามา นอกจากนี้ตู้โชว์สินค้าที่บ้าน ก็เลอะฝุ่นเช่นกัน
นางภัคนันท์ เจ้าของร้านผดุงศักดิ์ หน้าวัดราษฏรฯ กล่าวว่า ตนเสียหายจากฝุ่นปริศนานี้มันเป็นคราบฝุ่นสีดำมาเกาะติดที่สินค้าตั้งโขว์ , นายกิตติพัชญ์ นิตยกมลพันธุ์ ผจก.บริษัทเอกชนรายหนึ่ง กล่าวว่าปกติจะจอดรถไว้หน้าบ้านที่ริมถนนหายโศรก และ เมื่อคืน (๒๗ มค.)เพิ่งล้างรถยมาหมาดๆ เช้าวันรถยนต์ก็มีสภาพเลอะเทอะด้วยฝุ่นสีดำ ก็ยังสงสัยคาใจว่าเป็นฝุ่นจากที่ไหน
จากการสอบถามพ่อค้า-แม่ค้าในตลาดพรรณรวี ได้ความว่า พ่อค้า-แม่ค้าหลายรายบ่นว่า ฝุ่นสีดำเหล่านี้ มันจะเกาะติดทีพืชผักผลไม้ที่ขายกันในตลาด ทำให้เสียหายอย่างมาก ในขณะที่บางรายให้ข้อมูลว่า เมื่อตอนเที่ยงคืนของวันที่ ๒๗มค.ได้ยินเสียงดัง ครืดๆ ออกมาจากด้านทิศเหนือของตลาด จากนั้นก็มีฝุ่นสีดำกระจายออกมา สินค้าพืชผักขายไม่ออกเป็นจำนวนมาก จึงได้ร้องเรียนหา อบต.เหนือเมืองตั้งแต่เมื่อเช้า
ทางด้านนายประจักร์ บุญกาพิมพ์ ทีปรึกษานายกฯ อบต.เหนือเมือง ให้สัมภาษณ์ว่า ตนทราบเรื่องตั้งแต่เมื่อคืน ยอมรับว่าชาวบ้านเดือดร้อนหนักจากโรงงานที่ทำงานมักง่าย ตอนนี้ไม่อยากระบุว่าเป็นฝีมือของโรงงานไหน เพราะชาวบ้านเราก็รู้ๆกันอยู่ และท่านนายกฯประจิตร บุญกาพิมพ์ได้ทำหนังสือถึงเจ้าของโรงงานต้นเหตุแล้ว ซึ่งล่าสุด พบว่าโรงงานดังกล่าวได้หยุดเดินเครื่องตั้งแต่ตอนเที่ยงของ วันที่ ๒๘ มค.๕๓
แหล่งข่าววงในรายหนึ่ง ให้ข้อมูลทีมข่าวว่า ฝุ่นสีดำดังกล่าวมีคุณสมบัติเหนียวหนืด จึงมีส่วนผสมของตะกอนน้ำมันอย่างแน่นอน เข้าใจว่าน่าจะมากจากการชำรุดของอุปกรณ์ที่ควบคุมการเผาไหม้ ซึ่งโรงงานที่มีมาตรฐานในสมัยนี้ เขาจะต้องหมั่นตรวจสอบเครื่องจักรอย่างสม่ำเสมอ และเมื่ออุปกรณ์ชิ้นไหนที่ครบอายุการใช้งาน เขาต้องเปลี่ยนทันที ไม่ใช่รอให้ชำรุด แล้วสร้างความเสียหาย และเดือดร้อนรำคาญให้ประชาชนเป็นวงกว้างเช่นนี้
ข้อมูลในอดีตของตำบลเหนือเมือง พบว่า เคยเดือดร้อนจากความมักง่ายของโรงงานมาแล้ว ๒ ครั้ง ซึ่งทั้ง ๒ ครั้งก็ล้วนมีสาเหตุจากโรงสีบัวสมหมาย คือ กรณีที่ปล่อยฝุ่นแกลบฟุ้งกระจาย ทำให้ชาวตำบลเหนือเมืองเจ็บป่วยจากโรคผื่นคันและภูมิแพ้ และกรณีปล่อยให้แกลบที่กองไว้ในโรงงาน ส่งกลิ่นเน่าเหม็นฟุ้งกระจายสร้างความเดือดร้อนแก่ชุมชนข้างคียงและผู้คนที่สัญจรผ่าน ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นนี้ แม้จะยังไม่ทราบแน่ชัดว่า มาจากความมักง่ายของโรงงานใด แต่นับจากนี้ หน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องนี้ คงต้องเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฏหมาย ตลอดจนบทโทษที่เฉียบขาดต่อไป
ข้อมูลจาก http://ch20.igetweb.com/index.php?mo=14&newsid=161779










กลอน












